เดโฟช่วยชีวิต! ไก่ตีเจ๊าปอมปีย์ 1-1

“ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส หวิดสิ้นชื่อคารัง เมื่อต้องเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอ “ปอมปีย์” พอร์ทสมัธ อย่างหวุดหวิด 1-1 แบ่งแต้มกันไป ส่งให้ สเปอร์ส ขยับจากบ๊วยขึ้นมาอยู่ที่ 16 ส่วน พอร์ทสมัธ รั้งที่ 12 ในศึกพรีเมียร์ เมื่อคืนที่ผ่านมา
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
(ฤดูกาล 2008/09)
วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2552
สเปอร์ส 1 - พอร์ทสมัธ 1
เกมคู่อาฆาตคู่ใหม่ที่ไวท์ ฮาร์ทเลน สเปอร์สปราศจากเจอร์เมน จีนาสกองกลางที่บาดเจ็บ และแม้เบอนัวร์ อัสซู เอก็อตโต้ปราการหลังจะพ้นโทษแบนแต่ก็ไม่มีส่วนร่วมกับเกมนัดนี้ ขณะที่เล็ดลีย์ คิงกัปตันทีมซึ่งนัดก่อนเล่นเป็นกองกลางได้กลับมาเฝ้าแนวรับทำให้ไมเคิ่ล ดอว์สันหลุดไปเป็นตัวสำรองโดยมีอาร่อน เลนน่อนได้ลงบู๊
สำหรับพอร์ทสมัธทั้งฌอน เดวิสอดีตมิดฟิลด์ไก่และเดวิด นิวเจนต์ศูนย์หน้าเช็คฟิตผ่านตามคาด และเกมนี้โซล แคมป์เบลล์อดีตกัปตันตราไก่กลับมาเยือนรังเก่าเป็นหนแรกในรอบสองปีกว่า
เจ้าบ้านเริ่มเกมอย่างดุดัน และผ่านมา 8 นาทีก็ได้เสียวหนแรกในจังหวะที่เจอร์เมน เดโฟเก็บบอลหน้าเขตโทษได้จึงป้ายออกด้านขวาให้เวดราน ชอร์ลูก้าเติมเข้ากดยัดไส้ไปที่เสาแรก แต่ติดบล็อคซิลแว็ง ดิสแต็ง
ถัดมาอีกแค่นาทีเดียว สเปอร์สก็ได้ลุ้นอีกเมื่อเดวิสทำทะเล่อทะล่าจ่ายบอลยาวข้ามฟากในแดนตัวเองแย่ถูกเดโฟฉกไปกระทุ้งระยะ 16 หลา แต่บอลเฉี่ยวกรอบประตูออกไปแบบน่าเขกกระโหลก
จากนั้นในนาทีที่ 11 เลนน่อนก็ลากบอลตัดจากกราบขวาเข้ามาเข่นระยะ 18 หลาทว่าเจมส์เซฟเข้าอกได้สำเร็จ
ผ่านมาอีกสองนาที ก็เป็นปอมปีย์ที่ตอบโต้ได้บ้างจากจังหวะลุยขึ้นมาซัลโวแถวริมเขตโทษด้านขวาของเกล็น จอห์นสันที่ถูกเอเรลโญ่ โกเมสทิ้งตัวปัดได้ทำให้ปีเตอร์ เคราช์พยายามตามเข้าซ้ำ แต่นายทวารตราไก่ถลันไปปัดทิ้งได้ซะก่อน
เกมเป็นไปอย่างรวดเร็วมีจังหวะทำเสียวกันตลอด กระทั่งนาทีที่ 20 เลนน่อนก็เลื้อยจากด้านซ้ายเข้ามาหาโอกาสตะบันระยะ 20 หลาทำเอาเจมส์ต้องออกแรงกระโจนไปปัดออกเส้นหลัง
และจากลูกเตะมุมด้านขวาจังหวะนี้ของเจ้าบ้านโจนาธาน วู้ดเกตก็ขวิดบอลมาเสาไกลโดยมีโรมัน พาฟลิวเชนโก้ได้เข้าฮอสเหน่งๆ แต่ติดเดโฟพวกเดียวกันที่ยืนเกะกะอยู่จึงเป็นการช่วยเซฟประตูให้ปอมปีย์
ถึงนาทีที่ 23 ไก่เดือยทองน่าจะได้ประตูอีกครั้งจากลีลาของเลนน่อนที่พลิ้วเข้าไปโยนบอลจากเส้นหลังฝั่งขวาได้ แถมเดโฟพุ่งโขกเต็มศีรษะระยะ 6 หลาด้วย แต่เจมส์ผีเข้าสุดๆปัดพ้นคานได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ขยับมาอีกสามนาที ทีมเยือนก็น่าจะนำก่อนเช่นกันเมื่อนิโก้ ครานชาร์เปิดบอลโต้เร็วขึ้นกราบขวาให้นิวเจนต์ทะลุไปสวยก่อนจะป้ายเข้าหาปากประตูให้อาร์กม็องต์ ตราโอเร่วิ่งเข้าสับไก ดีที่ว่าชอร์ลูก้าตามไปสกัดออกหลังได้ทัน
ผ่านมาถึงนาทีที่ 30 เจ้าบ้านก็ต้องเปลี่ยนดาร์เรน เบนท์ลงไปแทนพาฟลิวเชนโก้ที่เจ็บถูกหามลงเปลออกไปหลังโดนเดวิสเข้าสอยไม่ยั้งทำให้กองกลางปอมปีย์ถูกจดชื่อไปตามระเบียบ
ทีมตราไก่ไม่สนใจเดินหน้าบุกต่อ และเกือบได้โก่งคอขันในนาทีที่ 34 คราวนี้ชอร์ลูก้าสาดบอลจากปีกซ้ายเข้าเขตโทษให้คิงโขกถูกเจมส์ปัดได้ เบนท์จึงตามไปซ้ำเผาขนโดนนายทวารทีมชาติอังกฤษผวาบล็อคได้อีก แต่ก็เป็นจังหวะล้ำหน้าไปแล้วอยู่ดี
ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 40 เจมี่ โอฮาร่าดาวรุ่งสเปอร์สหาช่องซัลโวจากริมเขตโทษด้านซ้าย แต่บอลเฉี่ยวเสาแรกไปหวุดหวิด
ล่วงมาอีกสามนาที พอร์ทสมัธก็ทิ้งขว้างโอกาสทองไปเช่นกันเมื่อคิงเช็คล้ำหน้าพลาดทำให้นิวเจนต์รับบอลจากแดนกลางกระชากหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษไปเข่นระยะ 14 หลา ทว่าโกเมสใช้เท้าเซฟช่วยทีมเมืองกรุงได้สำเร็จ
และจากจังหวะนี้คิงก็เริ่มเดี้ยงอีกตามเคยเล่นต่อไม่ไหวต้องเดินออกไปให้ดอว์สันเปลี่ยนลงไปเป็นตัวสำรองรายที่สองของทีม
กระนั้นก็ดี เข้าสู่ช่วงทดเวลาเจ็บเลนน่อนก็หาทางตะบันจากหน้าเขตโทษอีกครั้ง แต่ยังไม่ผ่านมือเจมส์ที่ล้มตัวตะครุบได้ จบครึ่งแรกทั้งสองฝ่ายจึงเจ๊ากันไป 0-0
กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลังทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันเลย แต่ก็ยังไม่มีโอกาสลุ้นประตูแบบจะๆ แจ้งๆ มากนัก จนมาถึงนาทีที่ 58 สเปอร์ส เกือบออกนำ เมื่ออาร่อน เลนน่อน ลากบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนเปิดไปแฉลบกองหลังปอมปีย์ บอลจะเข้าเสาแรก ทว่าเจมส์ ยังไวตะคุรบเอาไว้
และจากจังหวะสวนกลับเป็นพอร์ทสมัธ ที่มาออกนำ 1-0 โดยอาร์กม็องด์ ตราโอเร่ ลากบอลขึ้นทางซ้ายก่อนเปิดให้เดวิด นูเจนท์ ตั้วเป้าซัดจากเส้นโทษเสียบเสาสองอย่างงดงาม
หลังเสียประตูสเปอร์ส เปิดเกมบุกอย่างหนัก นาทีที่ 60 เดโฟ ได้ยิงบริเวณเสาแรกถากเสาออกไป แต่ก็เป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
พอร์ทสมัธ ลงไปตั้งรับกันแน่น และอาศัยจังหวะสวนกลับหาโอกาสในการทำประตู นาทีที่ 66 ก็มีเสียวอีกครั้ง เมื่อนาดีร์ เบลฮัดจ์ เปิดบอลไปหน้าประตูให้ปีเตอร์ เคร้าช์ ใช้ความสูงขึ้นโขกหลุดกรอบไปนิดเดียว
มาถึงนาทีที่ 70 เจ้าบ้านตามตีเสมอ 1-1 สำเร็จ เมื่อลูก้า โมดริช แตะบอลให้เจอร์เมน เดโฟ วิ่งมาซัดด้วยขวาบริเวณเส้นเขตโทษ บอลพุ่งแรงเสียบตาข่ายอย่างสุดสวย
กำลังใจของสเปอร์ส มีมากขึ้น นาทีที่ 75 ก็น่าจะได้ประตูเหมือนกัน เมื่อเดวิด เบนท์ลี่ย์ ลักไก่ยิงฟรีคิกระยะไกลจะให้เสียบเสาสอง ทว่าเจมส์ ยังปัดทิ้งได้ และจากจังหวะเตะมุมดีดิเย่ร์ โซโกร่า ได้โหม่ง แต่โดนเกล็น จอห์นสัน เคลียร์บนเส้นได้
เจ้าบ้านน่าจะออกนำสุดๆ ในนาทีที่ 80 จากการที่เบนท์ลี่ย์ เปิดบอลจากทางซ้ายมาให้ดาร์เรน เบนท์ ยืนโขยกคนเดียวโล่งๆ ทว่ากลับหลุดเสาไปแบบน่าเหลือเชื่อ
ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม แม้ว่าสเปอร์ส จะเปิดเกมบุกอย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถควานหาประตูชัยได้ หมดเวลาการแข่งขันสเปอร์ส เสมอกับพอร์ทสมัธ 1-1
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
สเปอร์ส : เอเรลโญ่ โกเมส, เวดราน ชอร์ลูก้า, โจนาธาน วู้ดเกต, เลดลี่ย์ คิง, แกเร็ธ เบล, อารอน เลนน่อน, ดีดิเย่ร์ โซโกร่า, ลูก้า โมดริช, เจมี่ โอฮาร่า, เจอร์เมน เดโฟ, โรมัน พาฟลิวเชนโก้
สำรอง : เบน อัลน์วิค, ทอม ฮัดเดิ้ลสตัน, เดวิด เบนท์ลี่ย์, ดาร์เรน เบนท์, เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์, อเดล ทารับต์, ไมเคิ่ล ดอว์สัน
พอร์ทสมัธ : เดวิด เจมส์, เกล็น จอห์นสัน, โซล แคมป์เบลล์, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, นาดีร์ เบลฮัดจ์, ยูเนส กาบุล, ฌอน เดวิส, นิโก้ ครานชาร์, อาร์กม็องด์ ตราโอเร่, เดวิด นูเจนท์, ปีเตอร์ เคร้าช์
สำรอง : อัสเมียร์ เบโกวิช, มาร์ค วิลสัน, เฮอร์มัน ไฮร์ดาร์สสัน, โนเอ้ ปามาโร่ต์, จอห์น อูตาก้า, เกล็น ลิตเทิ่ล, เอ็นวานโก้ คานู