สุเทพยัน ตีกลับรถเมล์ ไม่ใช่ซื้อเวลา

สุเทพยัน ตีกลับรถเมล์ ไม่ใช่ซื้อเวลา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ยืนยัน นายโสภณ ซารัมย์ ไม่ได้เสียความรู้สึก หลัง ครม.ตีกลับโครงการรถเมล์เอ็นจีวี รอบที่ 3 ขณะที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุ รับมตินี้ได้ และไม่รู้สึกเสียหน้า

เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ (3 มิ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ว่า กระทรวงคมนาคมได้แจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทราบว่า ถ้าจะต้องใช้วิธีเช่า จะใช้เงินประมาณ 6.4 หมื่นล้าน นาน 10 ปี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้แสดงความคิดเห็น อย่างหลากหลาย และในที่สุดเห็นว่า ยังมีโจทย์ที่คนในสังคมตั้งข้อสงสัย ถึงความคุ้มค่าระหว่างการเช่า กับการซื้อรถ นายกรัฐมนตรีจึงให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปศึกษาตัวเลขของการจัดซื้อ และการเช่ารถ ซึ่ง สศช. ระบุว่า ต้องใช้เวลา 1 เดือน ดังนั้น ในเรื่องของกระทรวงคมนาคม จึงยังถือว่าอยู่ในการพิจารณา และรอตัวเลขจาก สศช.  ซึ่งไม่ใช่การซื้อเวลาแต่อย่างใด

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และทุกคนในคณะรัฐมนตรี เข้าใจตามนี้เช่นกัน ซึ่งนายโสภณยังเห็นด้วย ในการนำตัวเลขมาเปรียบเทียบ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีมีเหตุผลในการตัดสินใจที่สมบูรณ์ พร้อมกันนี้ ยังยืนยันอีกว่า นายโสภณไม่ได้รู้สึกเครียด หรือเสียความรู้สึก เพราะที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อภิปรายเรื่องนี้ เป็นเวลานาน และไม่มีการตั้งข้อสังเกต หรือพูดถึงเรื่องการทุจริต หรือติดใจสงสัยใดๆ อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ ยอมรับว่า อีก 1 เดือน คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาในเรื่องนี้ อย่างแน่นอน แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า จะเป็นการพิจารณาครั้งสุดท้ายหรือไม่

“เรื่องนี้อย่าพูดคำว่า ยับยั้ง เพราะรุนแรงไป และไม่ได้เป็นการชะลอ แต่ครม.ต้องการตัวเลขที่ชัดเจนว่าระหว่างซื้อกับเช่าอย่างไหนถึงจะคุ้มค่า กว่ากัน เป็นประโยชน์มากกว่ากัน” นายสุเทพกล่าว

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนรับมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้ได้ และไม่ถือว่าเป็นการเสียหน้า โดยเมื่อตีกลับ ก็ต้องเอาไปศึกษา และถือเป็นการถอยคนละครึ่งก้าว แต่ต้องนำกลับไปศึกษาใหม่ ไม่เกิน 1 เดือน เพราะโครงการนี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงต้องเน้นรายละเอียด และเพื่อให้นายกรัฐมนตรีสามารถตอบคำถาม จากประชาชนได้ และหากนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ครั้งต่อไป ทุกอย่างก็จบแล้ว

นายชวรัตน์ ยังกล่าวอีกว่า ตนไม่เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะซื้อเวลา เพียงแต่นายกรัฐมนตรีต้องการชี้แจงต่อสังคม ให้ทราบในรายละเอียด เพราะนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบด้วย ขณะที่กระแสสังคมก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ล่าช้า จึงต้องละเอียด เพราะเป็นการทำงานให้สาธารณชน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า การที่คณะรัฐมนตรีตีกลับ จะไม่มีผลกระทบกับสัมพันธภาพ ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะยังรักกันดี และรักยิ่งกว่าเดิมด้วย ส่วนบรรยากาศในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ เป็นบรรยากาศที่ดี และน่าพอใจ

Random Posts

Leave a Reply

CAPTCHA Image