วุฒิไม่จบ แก้ไม่แก้ รธน. ท้าเสนอ นิรโทษฯ เข้าสภา

กมธ.วิสามัญศึกษารัฐธรรมนูญวุฒิสภา หารือผลการศึกษาอนุฯแก้รัฐธรรมนูญ “คำนูณ”จวก กก.สมานฉันท์ ไม่ควรชงแก้เอง ท้าจะนิรโทษกรรมให้เสนอกฎหมายเข้าสภา
วานนี้ (1มิ.ย.) ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2550 วุฒิสภา มีนายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ ส.ว.ปทุมธานี ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อหารือผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่น ในคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมให้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา ในฐานะอนุกรรมการชุดดังกล่าว รายงานประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง เช่น ที่มาของ ส.ส. ส.ว. มาตรา 190 มาตรา 237 มาตรา 265 มาตรา 266 ซึ่งนายสุรชัย รายงานว่า คณะอนุกรรมการฯเห็นว่าควรทำประชามติในประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาก จากนั้นสมาชิกได้ร่วมอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในหลายประเด็น โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การแก้ไขที่พอจะเป็นไปได้จริงคือ มาตรา 190 และมาตรา 266 หรือมาตรา 291 ที่จะเปิดมีการตั้งส.ส.ร.ในอนาคต นอกนั้นล้วนเป็นเรื่องผลประโยชน์ของนักการเมือง จึงไม่ควรให้ ส.ส. ส.ว. ที่มีส่วนได้เสียมายุ่งเกี่ยว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นส.ว.ได้ มีการแสดงความเห็นกันอย่างหลากหลาย ขณะที่ส.ว.ในกลุ่ม 40 ส.ว.ส่วนใหญ่ต่างแสดงความเห็นคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราที่เป็นปัญหา โดยเฉพาะ มาตรา 237 อาทิ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา ขณะที่ส.ว.อีกส่วนอาทิ นายวิเชียร คันฉ่อง ส.ว.ตรัง ให้ความเห็นว่า ในมาตรา 237 ไม่ควรให้ยุบพรรค แต่ยังควรคงบทลงโทษหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคเอาไว้ เช่นเดียวกับนายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช ที่เห็นว่า ตามหลักกฎหมายใครที่ไม่ได้กระทำผิด ก็ไม่น่าจะโดนลงโทษ ส่วนคนที่ไม่ได้ทำเอง แต่รู้เห็น หรืออยู่ในความรับผิดชอบแล้วไม่ป้องกัน ตรงนี้ก็ควรต้องรับโทษ และควรตั้งโทษให้แรง ขณะที่นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องเริ่มต้นที่กระบวนการตามมาตรา 291 ไปใช้กระบวนการอื่นไม่ได้ ส่วนมาตรา 237 ตามหลักนิติธรรม ไม่เห็นด้วยกับวิธีการลงโทษแบบเหมารวม
ด้าน นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่ามีข่าวว่า คณะอนุกรรมการฯจะเสนอให้ทำประชามติ จึงสงสัยว่าจะทำรูปแบบใด และสงสัยข่าวเรื่องการล็อบบี้ให้ส.ว.สรรหา สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแลกกับการต่ออายุออกไป นายสุรชัยจึงชี้แจงว่า คณะอนุกรรมการฯ ยังไม่ได้คุยเรื่องประชามติถึงขนาดนั้น แต่ส่วนตัวมองว่า การทำประชามติต้องทำหลายประเด็น ไม่ใช่มัดมือชกประเด็นเดียวจบ ส่วนเรื่องล็อบบี้ก็ได้ยินเหมือนที่ส.ว.พูดกัน แต่ในที่ประชุมคณะอนุฯไม่เคยมีการไปตกลง หรือพูดกันเรื่องนี้ และไม่มีเรื่องการต่อรองไม่ให้ส.ว.สรรหา คัดค้านเรื่องการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน เพื่อแลกกับการต่ออายุของส.ว.สรรหา ตอนนี้พูดกันไปกันใหญ่จนผิดข้อเท็จจริง