รสนา-สมชาย บุกพบนายกฯ ถกแก้เอ-เน็ต

ความคืบหน้าปัญหาการสมัครสอบเอเน็ตของนักเรียนที่ชำระเงินไม่ทันตามกำหนดเวลาและมีการร้องเรียนกันขึ้นทำให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาต้องประชุมกันเป็นการด่วน เพื่อหาทางแก้ไขเรื่องนี้ เพราะหวั่นกันว่าจะบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้นั้น

เมื่อเช้าวันที่ 11 ก.พ. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรับเรื่องร้องเรียน กระทรวงได้ขยายศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์จำนวน 140 ศูนย์ทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ร้องเรียนจนถึงวันที่ 14 ก.พ.นี้ ก่อนจะสรุปผล ขณะนี้มีเด็กนักเรียนร้องเรียนแล้ว 201 ราย แบ่งเป็นเด็กต่างจังหวัด 69 ราย ส่วนการพิจารณาตรวจสอบจะต้องรอฟังผลทั้งหมดก่อน จากนั้นสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะไปดำเนินการว่าจะหาทางออกอย่างไร เพราะอำนาจในการรับนักศึกษาขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันการศึกษา นอกจากนี้ จะเชิญอธิการบดี 21 สถาบัน ที่มีอำนาจในการตัดสินใจในการรับนักศึกษามาหารือร่วมกันเพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว

ตอนสายวันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ คัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา มีอธิการบดีและผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้าร่วมประชุม หารือแนวทางการแก้ไขปัญหานักเรียนชำระเงินเอเน็ตไม่ทันตามกำหนดระยะเวลา การประชุมใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น จากนั้นนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เผยว่า ที่ประชุมประกอบด้วยตัวแทนมหาวิทยาลัย 17 แห่ง ร่วมกันวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เด็กไม่สามารถ มาชำระเงินค่าสมัครสอบเอเน็ตได้ทัน มีข้อสรุปว่า คณะกรรมการอำนวยการฯตรวจสอบข้อมูลและระบบการรับสมัครเอเน็ตที่ สกอ.ดำเนินการอยู่ พบว่าระบบรับสมัครเอเน็ตมีความเหมาะสม รัดกุม อำนวยความสะดวกให้กับผู้สมัครได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหา ส่วนสาเหตุที่ชำระเงินไม่ทัน แบ่งเป็น 7 สาเหตุ ได้แก่ 1. สมัครเอเน็ตไม่ทัน 2. จำวันสิ้นสุดการชำระเงินคลาดเคลื่อน 3. ต้องการสมัครเพิ่มเติม 4. เข้าระบบอินเตอร์เน็ตไม่ได้ 5. ใบสมัครไม่ระบุวันสิ้นสุดการชำระเงิน 6. ชำระเงินผ่านเอทีเอ็ม

หลังกำหนด 7. บาร์โค้ดไม่ชัด ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการฯได้พิจารณาเหตุผลต่างๆโดยละเอียด มีมติที่จะรอผลการร้องเรียนจากนักเรียน ซึ่งเปิดรับจนถึงวันที่ 13 ก.พ.นี้ โดยจะประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ อีกครั้งในวันที่ 13 ก.พ.นี้ เวลา 16.30 น. เพื่อหาข้อยุติ

สำหรับกรณีผู้สมัคร 2.2 หมื่นคน ไม่ชำระเงินนั้น เลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าหลายคนตั้งใจไม่ชำระเงินที่สมัคร เพราะอยากลอง ที่เหลือให้เหตุผลว่า ไม่ทราบวันชำระเงิน และลืม ต่อข้อถามถึงข้อเรียกร้องของกลุ่ม ส.ว.ให้ สกอ.ชี้แจงว่า การให้จ่ายเงินรอบสอง กระทบต่อสิทธิเด็ก 1.9 แสนคน ที่สมัครไปก่อนหน้านี้อย่างไรนั้น นายสุเมธกล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้หารือเรื่องดังกล่าว โดยหลักการแล้วไม่ว่าจะหาทางออกใด ต้องพิทักษ์สิทธิของคนที่ทำถูกต้องด้วย ส่วนแนวทางช่วยเหลือที่ยึดหลักมนุษยธรรมนั้น ก็ยังไม่มีการพิจารณา โดยจะหารือกันในวันที่ 13 ก.พ.นี้เลย คณะกรรมการแต่ละคนมาจากมหาวิทยาลัย ซึ่งมีหน้าที่ที่จะรับภาระในการอบรมนิสิตนักศึกษาต่อไป ก็ได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างอิสระ ขอยืนยันว่าทุกคนจะตัดสินใจโดยอิสระ ไม่มีแรงกดดันจากกระแสสังคมหรือการเมือง แต่จะตัดสินใจบนความถูกต้อง ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลการตัดสินใจในครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินการในปีต่อๆไปหรือไม่ เลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า โชคดีที่คณะกรรมการชุดนี้จะหมดภารกิจในปีนี้ แต่เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำหรับผู้รับผิดชอบในปีต่อไป ขึ้นกับดุลพินิจของผู้รับผิดชอบในปีต่อไป ไม่ว่าปีนี้จะตัดสินใจอย่างไรก็ต้องรับผิดชอบผลที่จะออกมาแน่นอน

ช่วงบ่าย น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรรมาภิบาล นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ ที่ห้องทำงานนายก�รัฐมนตรี อาคารรัฐสภา 1 หารือถึงการแก้ปัญหาให้กับเด็กนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าสอบเอเน็ตได้

นายชัยวุฒิได้พยายามชี้แจงว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากเด็ก ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของ สกอ. ปัญหานี้นายกฯ ไม่สบายใจ แต่ถ้าการไม่ชำระเงินเกิดจากการที่เด็กบอกลืม เราไม่ควรให้สิทธินั้นคืน ถ้าตนเป็นครูแล้วสั่งให้เด็กทำการบ้านแล้วเด็กไม่ทำ คงไม่สามารถให้คะแนนได้ เพราะต้องคิดถึงเด็กที่เขาเอาใจใส่และส่งการบ้านมาโดยตลอดก่อน ทำให้นายสมชายแย้งขึ้นมาว่า อย่าพยายามผลักว่าเด็กลืมจนไม่ ชำระเงินเป็นที่ตั้ง แต่ต้องมองถึงต่อมาเวลา เจตนารมณ์และมองเรื่องของเมตตาธรรมด้วย ที่ผ่านมาก็มีความพยายามกระตุ้นให้เด็กอีกกลุ่มหนึ่งออกมาโจมตีเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นเหมือนการข่มขู่ ทำให้นายชัยวุฒิรีบชี้แจงว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการไม่เคยมีการข่มขู่หรือโน้มน้าวให้ใครทำอะไร แต่การคืนสิทธินั้นคงต้องดูว่า การที่เด็กบอกว่าลืมนั้นลืมจริงหรือไม่ ต้องดูเป็นกรณีไป แต่เด็กที่บอกว่าลืมก็ไม่ควรคืนสิทธิ ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวยอมรับว่า เรื่องนี้รู้สึกลำบากใจเช่นกัน แต่อยากให้พิจารณาเป็นกรณีไป และอยากให้เรื่องนี้มีการเยียวยานักเรียนที่ถูกตัดสิทธิด้วย เพราะเกรงว่าอาจมีการฟ้องร้องตามมา

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่อาคารรัฐสภา 2 นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ได้เข้าพบนายสมชาย และ น.ส.รสนา หารือถึงปัญหาดังกล่าวนานประมาณ 30 นาที จากนั้นนายสมชายแถลงว่า ได้เข้าหารือกับนายกฯและนายชัยวุฒิ พร้อม น.ส.รสนา โดยได้รวบรวมข้อมูลที่ผ่านการรวบรวมข้อมูลของคณะกรรมาธิการหลายคณะของวุฒิสภา มีข้อสรุปที่จะเสนอแนะต่อการแก้ปัญหาดังกล่าว 4 ข้อคือ 1. ควรให้ สกอ. พิจารณาขยายระยะเวลาในการชำระค่าสมัครให้แก่นักเรียนทั้ง 22,000 คน หรือคิดค่าปรับสำหรับนักเรียนที่จ่ายเงิน

ล่าช้า 2. ควรพิจารณาให้สิทธิกับนักเรียนทั้ง 22,000 คน ที่ทำการสมัครแล้ว แต่ยังไม่ได้ชำระเงิน รวมทั้งให้พิจารณาผู้ที่ยังไม่ได้สมัครสอบ เพราะมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ ที่สามารถรับฟังได้ และให้สิทธินั้น 3. ทำการประชาสัมพันธ์ให้สังคมเข้าใจว่าการให้สิทธิแก่นักเรียนทั้ง 22,000 คนข้างต้นไม่ได้ทำให้นักเรียนอีก 190,000 คนเสียสิทธิ์ และ 4. ควรพิจารณายกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียม เอ-เน็ต ในอนาคต เพราะการสมัครทดสอบ โอ-เน็ต ที่ผ่านมา มิได้จัดเก็บค่าธรรมเนียมในการสมัคร

น.ส.รสนากล่าวเสริมว่า ขอวิงวอนไปยังอธิการบดีในแต่ละสถาบันที่เป็นคณะกรรมการร่วมที่ต้องพิจารณาตัดสินใจในเรื่องนี้ด้วยว่า ขอให้มีการคัดค้านแทนนักเรียนในตรงนี้บ้าง เพราะจะทำให้เรื่องนี้คลี่คลายได้อีกระดับ ส่วนการพบและพูดคุยกับนายกฯ ท่านก็บอกว่าถ้าเป็นความบกพร่องทางเทคนิคของ สกอ. ก็ต้องคืนสิทธิให้กับเด็ก แต่ในกรณีที่เป็นเรื่องอื่น ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะให้การเยียวยาอย่างไร ท่านก็ให้เป็นนโยบายกว้างๆ แต่คณะกรรมาธิการฯ ไม่อยากอ้างว่าเป็นความบกพร่องทางเทคนิคทั้งหมด เพราะจะมันกลายเป็นว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งการ์ดกันหมด ไม่มีการยอมรับว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังกังวลถึงนักเรียนที่เหลือจำนวน 1.9 แสนคน กลัวว่าจะเสียสิทธิ์ เพราะอาจมีการฟ้องร้องในอนาคต ซึ่งต่างได้รับการยืนยันว่าจะไม่กระเทือนไปยังเด็กที่เหลือ

ด้านนายสุเมธกล่าวว่า เข้าใจเจตนาของ ส.ว. และจะนำข้อเสนอแนะนี้ไปชี้แจงต่อที่ประชุมอธิการบดี ขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะเป็นผู้พิจารณา โดยจะมีการประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 14 ก.พ.นี้

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าว ว่า ถ้าเป็นความผิดที่กระทรวงศึกษาธิการก็ต้องคืนสิทธิให้นักเรียน แต่ถ้าเป็นความผิดของนักเรียน ต้องดูว่ากติกาเปิดช่องให้ช่วยเหลือได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่เปิดช่องให้คงทำอะไรไม่ได้ ฉะนั้นจะเกิดปัญหาต่อนักเรียนอีกประมาณ 200,000 คน ที่ทำตามกติกา ถ้าในระเบียบมีการผ่อนผัน ยกเว้นหรือลงโทษที่ไม่ใช้การตัดสิทธิ ก็เป็นดุลพินิจของคณะอนุกรรมการที่จะให้ความเห็นเรื่องการช่วยเหลือ ตั้งแต่เริ่มใช้ระบบเอ-เน็ต ยังไม่พบว่าเกิดปัญหาจากกระทรวงแต่เกิดจากตัวนักเรียนเอง

Random Posts

Leave a Reply

CAPTCHA Image